นวัตกรรมการฉีดสารเติมเต็มถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเป็นที่แพร่หลาย จึงเกิดประเด็นเกี่ยวกับการทำหัตถการความงามที่อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและสำคัญ นั่นคือ การอุดตันของเส้นเลือด หรือการเพิ่มความดันรอบเส้นเลือดจนเกิดการอุดตัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้รับการรักษา นำมาสู่การผลิตงานวิจัยชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนวงการการรักษาริ้วรอย ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ลดอาการแพ้ ไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย และลดโอกาสการฉีดสารเติมเต็มเข้าเส้นเลือดอีกด้วย จากการศึกษาพบว่า เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยคือ เซลล์ชั้นหนังแท้ หรือเรียกว่าเซลล์ชนิด เดอมอลไฟโบรบลาสต์ (Dermal Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง เซลล์ผิวหนังทั้งชนิดที่อยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าและ Dermal Fibroblasts สามารถหลั่งสารชีวโมเลกุลที่ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ในระดับโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจน และกลไกต่างๆ เช่น การยับยั้งภาวะอักเสบ ภาวะเครียดของเซลล์ เป็นต้น จากผลการวิจัยในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าเซลล์ไฟโบรบลาสต์สามารถคงอยู่ในชั้นผิวหนังได้นานอย่างน้อย 1 ปีโดยที่ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการเพื่อทดแทนการฉีดสารเติมเต็มจึงเป็นทางเลือกใหม่ ให้ผู้รับบริการแทนการฉีดสารเติมเต็ม (Hyaluronic Acid filler) ที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและต้องฉีดกระตุ้นบ่อยครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นกับสภาพผิวของผู้รับบริการ ความแตกต่างระหว่าง Dermal Fibroblast และ Hyaluronic Acid filler Hyaluronic Acid filler • เป็นสารสังเคราะห์ขึ้นเพื่อทดแทน Hyaluronic Acid ที่มีตามธรรมชาติ • ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกตามจุดต่างๆ ในใบหน้าแบบชั่วคราว • ผลลัพธ์อยู่ได้ 4-24 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของ fillers • ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดูไม่ธรรมชาติ ขึ้นกับเทคนิคการฉีด • มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ Dermal Fibroblast • เป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง • ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ ส่งผลให้เซลล์กลับมาอ่อนเยาว์และแข็งแรงมากขึ้น […]