STARFORMER สร้างกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรง โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

Starformer คือ สร้างกล้ามเนื้อ สร้างความแข็งแรง โดยไม่ต้องออกกำลังกาย การทำงานของ Starformer จะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Functional Magnetic Stimulation) ออกมาเป็นจังหวะ ซึ่งจะไปมีผลต่อเส้นประสาทสั่งการบริเวณนั้น โดยไม่ผ่านสมอง ทำให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อในบริเวณที่ทำการรักษา ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) รวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

กล้ามเนื้อที่โดนกระตุ้นจะเกิดการหดตัวและคลายตัวเป็นจังหวะต่อเนื่องติดต่อกัน 50,000 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 30 นาที จนถึงจุดที่กล้ามเนื้อหดเกร็งได้ 100%
ทำให้เกิด Supramaximal muscle contractions

ทำให้เกิดการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และไฟเบอร์ในกล้ามเนื้อขึ้นใหม่ ทำให้กล้ามเนื้อมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขนาดใหญ่ และแข็ง แรงขึ้น แล้วโดยปกติการทำงานกล้ามเนื้อเวลาออกกำลังกาย จะมีการสั่งการมาจากสมอง ซึ่งกล้ามเนื้อก็จะสามารถหดเกร็งได้เต็มที่แค่ 40% เท่านั้น

Core Muscle

Core Muscle เป็นตัวช่วยพยุงแกนกลางลำตัวให้ตรง สร้างความสมดุลของร่างกาย หากกล้ามเนื้อไม่สมดุลกัน จะส่งผลตามมาคือ ปวดหลัง,บุคลิกภาพที่ไม่ดี

Starformer ช่วยในเรื่องของอะไร?

1. สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscle strengthening)

-หน้าท้อง สร้างซิกแพค (Six Pack)

-สะโพก  (gluteus)

-ต้นขาด้านหน้า (anterior thigh)

-ต้นขาด้านใน (inner thigh)

-ต้นขาด้านนอก (outer thigh)

-ต้นขาหลัง (hamstrings)

-แขน (arms)

-กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor)

-กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscle)

-น่อง (calfs)

2. สลายไขมัน (fat burning)

3. กระชับสัดส่วน (body sculpting)

4. กระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือด (blood circulation)

5. กระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง (lymphatic drainage)

6. กระตุ้นระบบเผาผลาญ (increase metabolism)

7. ช่วยแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ด (urinary incontinence)

8. ช่วยแก้ปัญหาอุจจาระเล็ด (fecal incontinence)

9. กระชับช่องคลอด (vaginal tightening)

10. ภาวะมดลูกหย่อน (mild Prolapsed Uterus)

11. เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ (erectile dysfunction)

12. ลดอาการปวดและช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (pain relief and muscle relaxing)

ข้อห้ามในการทำ Starformer

• กำลังตั้งครรภ์ (Pregnancy)

• หากมีประจำเดือนควรหลีกเลี่ยงการทำ

• ไม่ควรทำหลังรับประทานอาหารทันที อย่างน้อยควรเว้นระยะเวลาหลังอาหารประมาณ 2-3 ชั่วโมง

• ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะในการเข้าทำการรักษา เช่น ซิปหรือกระดุมโลหะ

• ไม่สวมเครื่องประดับทุกชนิดที่เป็นโลหะ เช่น แหวน กำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เป็นต้น

• ไม่สวมนาฬิกาแบบดิจิตอล ขณะทำ

• งดเล่นมือถือขณะเข้าทำการรักษา

• เป็นเนื้องอกชนิดที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง (Malignant tumor/active cancer)

• เป็นโรคลมชัก (Epilepsy)

• มีกล้ามเนื้อฉีกขาดในบริเวณที่จะทำการรักษาหรือบริเวณใกล้เคียง

• ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac pacemakers)

• เป็นโรคปอดขั้นรุนแรง (severe active pulmonary conditions)

• ใส่อุปกรณ์ปั๊มทางการแพทย์ในร่างกาย (medical pumps)

• ฝังอุปกรณ์ที่ทำมาจากโลหะที่มีส่วนประกอบของสารแม่เหล็กในบริเวณที่จะทำการรักษาหรือบริเวณใกล้เคียง

• เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)

• มีแผลเปิดในบริเวณที่จะทำการรักษาหรือบริเวณใกล้เคียง

• โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmia)

• เพิ่งได้รับการผ่าตัด

• เครื่องช่วยฟัง (Hearing aid)

• ห้ามทำการรักษาบริเวณที่มีรอยสัก

• ห้ามทำบริเวณศีรษะ และบริเวณหน้าอก

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 ทีมแพทย์ทุกท่านเรียนรู้และอัปเดตวิธีการรักษาใหม่ๆเสมอ เพื่อความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เราจะส่งต่อสุขภาพดีแบบองค์รวมด้วยการผสมสผานสามองค์ประกอบเข้าด้วยกันคือร่างกาย จิตใจ และฮอร์โมน รวมถึงศาสตร์ชะลอวัย และกายภาพบำบัดภายใต้การดูแล ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในแต่ละแขนง

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

รู้ก่อนใคร! นวัตกรรมใหม่ “Autologous Fibroblasts” ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้าให้สวยอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมการฉีดสารเติมเต็มถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเป็นที่แพร่หลาย จึงเกิดประเด็นเกี่ยวกับการทำหัตถการความงามที่อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและสำคัญ นั่นคือ การอุดตันของเส้นเลือด หรือการเพิ่มความดันรอบเส้นเลือดจนเกิดการอุดตัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้รับการรักษา นำมาสู่การผลิตงานวิจัยชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนวงการการรักษาริ้วรอย ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ลดอาการแพ้ ไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย และลดโอกาสการฉีดสารเติมเต็มเข้าเส้นเลือดอีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยคือ เซลล์ชั้นหนังแท้ หรือเรียกว่าเซลล์ชนิด เดอมอลไฟโบรบลาสต์ (Dermal Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง เซลล์ผิวหนังทั้งชนิดที่อยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าและ Dermal Fibroblasts สามารถหลั่งสารชีวโมเลกุลที่ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ในระดับโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจน และกลไกต่างๆ เช่น การยับยั้งภาวะอักเสบ ภาวะเครียดของเซลล์ เป็นต้น จากผลการวิจัยในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าเซลล์ไฟโบรบลาสต์สามารถคงอยู่ในชั้นผิวหนังได้นานอย่างน้อย 1 ปีโดยที่ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม 

เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการเพื่อทดแทนการฉีดสารเติมเต็มจึงเป็นทางเลือกใหม่ ให้ผู้รับบริการแทนการฉีดสารเติมเต็ม (Hyaluronic Acid filler) ที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและต้องฉีดกระตุ้นบ่อยครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นกับสภาพผิวของผู้รับบริการ

ความแตกต่างระหว่าง Dermal Fibroblast และ Hyaluronic Acid filler

Hyaluronic Acid filler

• เป็นสารสังเคราะห์ขึ้นเพื่อทดแทน Hyaluronic Acid ที่มีตามธรรมชาติ

• ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกตามจุดต่างๆ ในใบหน้าแบบชั่วคราว

• ผลลัพธ์อยู่ได้ 4-24 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของ fillers

• ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดูไม่ธรรมชาติ ขึ้นกับเทคนิคการฉีด

• มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

Dermal Fibroblast

• เป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง

• ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ ส่งผลให้เซลล์กลับมาอ่อนเยาว์และแข็งแรงมากขึ้น

• ปลอดภัยและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำ

• ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ

การฉีด Dermal fibroblast เพื่อย้อนอายุผิว จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ เนื่องจากเป็นการนำเซลล์ผิวชนิด fibroblast ของผู้ที่รับการรักษามาใช้ในการฉีดทดแทนสารเติมเต็มชนิดอื่น

ทั้งนี้ “ศิริราช” เป็นผู้ค้นพบนวัตกรรมใหม่ ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ครั้งแรกของเอเชีย และได้ส่งต่อเทคโนโลยีให้กับ บริษัท เซลแทค จำกัด โดยทีมแพทย์ของ Holistique Wellness ได้อัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่องก่อนใคร เพื่อที่จะรักษาคนไข้อย่างตอบโจทย์และตรงจุด รวมถึงเป็นคลินิกแรกที่ได้มาดูเทคนิคการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์โดยเฉพาะและได้เรียนรู้เทคนิคการฉีดกับ ศ.ดร.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา ผู้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบนวัตกรรม การปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์

Autologous Fibroblast ทางเลือกสำหรับการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ปลอดภัยเพราะเป็นเซลล์ของตัวเอง มาตรฐานสูงด้วยแล็บเพาะเลี้ยงเซลล์ที่มีคุณภาพและได้รับสิทธิบัตรเทคโนโลยีจาก”ศิริราช”

ทำความรู้จัก เทคโนโลยี “Autologous Fibroblasts” เพื่อรักษาริ้วรอยให้สวยอย่างปลอดภัย กับ แพทย์หญิง สรวลัย รักชาติ แพทย์ชำนาญการระดับอาจารย์แพทย์

Autologous Fibroblasts คืออะไร น่ากลัวไหม เป็นแผลเป็นหรือเปล่า แพทย์หญิง อาริสา แก้วเกษ แพทย์ชำนาญการระดับอาจารย์แพทย์มีคำตอบ

📍 𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

SylfirmX Ultimate Edition เทคโนโลยีใหม่ คลื่นวิทยุแบบเข็ม (RF Microneedling)

SylfirmX Ultimate Edition คลื่นวิทยุแบบเข็ม (RF Microneedling) ที่ปล่อยพลังงานผ่านปลายเข็มขนาดความเล็กที่สามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับการรักษา ปรับขนาดความลึกสู่ผิวได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ 0.3-4.0 MM . เพื่อรักษาปัญหาผิวในแต่ละชั้นที่มีความลึกแตกต่าง สามารถปล่อยพลังงานได้ 2 แบบในเครื่องเดียวกัน คือ Pulsed Wave Mode และ Continuous Mode ทำให้คนไข้สามารถรับการรักษาหลายปัญหาในครั้งเดียวและสามารถรักษาบริเวณตัวได้ด้วย กระตุ้นคอลลาเจนและช่วยดูแลผิวได้ในระยะยาว

RF Microneedling ทำงานอย่างไร?

RF Microneedling การรักษาด้วยระบบ RF Microneedling เป็นขั้นตอนที่มีการบุกรุกน้อยที่สุดซึ่งรวม RF และ Microneedle พลังงาน RF สามารถปล่อยพลังงานได้เหมาะสมและแม่นยำยิ่งขึ้นโดยผ่านเข็มขนาดเล็ก ด้วยคุณประโยชน์จาก RF และเข็มขนาดเล็กนี้ จึงรักษาข้อบ่งชี้ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ดูอ่อนกว่าวัยและดีขึ้น

SylfirmX Ultimate Edition ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง?

  • ปรับรูปหน้า
  • ลดริ้วรอย
  • รอยแตกลาย
  • กระชับรูขุมขน
  • ลดรอยดำ ฝ้า กระแดด
  • รอยแผลเป็น หลุมสิว

ผลลัพธ์หลังจากทำ โปรแกรม SylfirmX Ultimate Edition

Radiesse เติมเต็มริ้วรอย ปรับรูปหน้า กระตุ้นการสร้าง Collagen และ Elastin

Radiesse คือ สารเติมเต็ม (Filling Substance) ชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลักคือสาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA) อยู่ในกลุ่มของ Biostimulator ซึ่งมีจุดเด่นพิเศษคือช่วยทั้งเรื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน และเติมเต็มผิวคล้ายกลุ่ม HA filler

Radiesse : Calcium Hydroxylapatite (CaHA) อยู่ใน Sodium Carboxymethlcellulose (CMC) Gel Matrix
มี 2 ผลิตภัณฑ์ย่อย
Radiesse และ Radiesse Plus+ ซึ่งผสมยาชาไปในตัว

คุณสมบัติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน, ฟื้นฟูโครงสร้างของผิว, เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก / รอยพับ, ทำให้ผิวแข็งแรง, คืนความอ่อนเยาว์และยกกระชับให้กับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้สำหรับแก้ไขริ้วรอยและรอยพับบนใบหน้าระดับปานกลางถึงรุนแรง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ผลลัพธ์ ของ Radiesse เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการ

  • ปรับรูปหน้า เติมเต็ม และยกกระชับ Volume lifting & Versatile filling
  • ลดริ้วรอย ปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation)
  • ลดรอยเหี่ยวย่นที่ลำคอ และ มือ
  • ลดผิวส้ม ผิวไม่เรียบจาก Cellulite
  • ลดความหย่อนคล้อยของผิวท้องแขนและท้องขา

ความปลอดภัยของ Radiesse ?

Radiesse ผลิตจาก Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งมีลักษณะเป็นโมเลกุลกลม Microspheres ขนาดเท่าๆกัน ซึ่งจะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอย่างพอเหมาะ ส่งผลให้แพ้น้อยและปลอดภัยกว่าสาร Biostimulator ชนิดอื่น ให้ผล 3 เท่า ของการยกกระชับ และเป็นฟิลเลอร์ผิวหนังตัวแรกที่ได้รับการรับรองจาก US-FDA ทั้งสำหรับหน้าและมือ

บริเวณที่นิยมฉีด Radiesse

  • ริ้วรอย / ร่องลึก บริเวณ ใบหน้า
  • ปรับรูปหน้า
  • ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ริ้วรอย เหนือริมฝีปากบน
  • รักษารอยแผลเป็น ที่เกิดจากปัญหาผิว เช่นสิว
  • การปรับรูปทรงของ กราม กรอบหน้า
  • ความเหี่ยวย่นบริเวณ คอ
  • ความเหี่ยวย่นบริเวณ หลังมือ
  • ความหย่อนคล้อยบริเวณ ท้องขา / ท้องแขน
  • บริเวณที่มี Cellulite เช่น บริเวณก้น สะโพก และต้นขา

Radiesse ให้ผลลัพธ์นานแค่ไหน?

หลังการฉีด Radiesse จะช่วยให้เส้นและริ้วรอยเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติอยู่ได้นานเป็นปีหรือนานกว่านั้น

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ Radiesse?

  • บุคคลที่แพ้ส่วนประกอบใดๆของผลิตภัณฑ์
  • บุคคลที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง
  • บุคคลที่มีโรคเลือดออกง่าย
  • บุคคลที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ข้อควรระวังในการใช้ Radiesse?

  • มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ฉีด
  • ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยหรือมีประสิทธิผลกับริมฝีปากและบริเวณรอบดวงตา
  • หากต้องไป X-rays และ CT Scans คุณจะต้องแจ้งผู้ให้บริการด้านสุขภาพของคุณว่าคุณผ่านการฉีด Radiesse มา
  • หากคุณมีประวัติของโรคเริม คุณอาจมีอาการเริมกำเริบหลังจากฉีด Radiesse ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าก่อนฉีด
  • การฉีดที่หลังมืออาจทำให้ทำกิจกรรมได้ลำบากชั่วคราว อาจเกิดก้อนที่หลังมือและอาจอยู่ได้นานถึง 1 ปี
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความร้อนจัดเป็นเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหลังการรักษา และจนกว่าอาการบวมหรือแดงจะหายไป

ควรแจ้งให้แพทย์ให้ทราบก่อนใช้ Radiesse

  • หากกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาที่อาจรบกวนการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพรินหรือวาร์ฟาริน ยาเหล่านี้อาจทำให้มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกบริเวณที่ฉีดมากขึ้น 
  • หากคุณมีโรคประจำตัว การบาดเจ็บ หรือความพิการของมือ มีประวัติแผลเป็นนูนขนาดใหญ่ หรือเคยรักษาผิวหนังด้วยวิธีอื่น เช่น การผลัดเซลล์ผิว

📍 𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า