WebAdmin - Holistique - Page 4 of 5

INDIBA เครื่องกระชับผิว โดยการใช้คลื่นความถี่สูง

Indiba เป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมในการกำจัดไขมันในชั้นไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันฝ่อตัวลง และยังมีผลในการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวกระชับเรียบตึงในเวลาเดียวกัน โดยไม่สร้างความเจ็บปวดใดๆ ไม่มีการบาดเจ็บ และไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดการส่งคลื่นวิทยุ แบบหลายขั้ว  448 kHz (448 kHz monopolar radiofrequency)

ความปลอดภัยของการใช้ INDIBA

INDIBA เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงสุดจะไม่เกิน 42 องศาเซียลเซียส และเป็นอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากภายในร่างกายโดยปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ขณะรักษาจะให้ความรู้สึกที่อุ่นสบายและผ่อนคลายอย่างมาก

INDIBA ทำงานอย่างไร?

เป็นการใช้คลื่นวิทยุความถี่ 0.5 MHz ทำให้เกิดผลของ Hyperthermia หรือไข้เทียม ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้นประมาณ 3 – 5 องศาเซลเซียส (อุณหภูมิร่างกายปกติประมาณ 37องศาเซลเซียส) ทำให้เกิดผลดังนี้

1.Vasodilator Effect (การขยายตัวของหลอดเลือด)

  • เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
  • เพิ่มสารอาหารและออกซิเจนให้กับเซลล์และเนื้อเยื่อ
  • ฟื้นฟูเซลล์ผิวหนังให้กลับมามีชีวิตชีวา

2.ช่วยในการกระตุ้นและไล่น้ำเหลืองหรือขับของเสียออกจากร่างกาย

3.ช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เพิ่ม metabolism และสลายไขมัน

4.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น

5.ทำให้ผิวพรรณเรียบเนียน เต่งตึงกระชับ

Hydro jet peeling คืออะไร

Hydro jet peeling หรือ Oxyjet เป็นการนำออกซิเจนบริสุทธิ์ 99% ผสมกับน้ำเเร่บริสุทธิ์ในอนุภาคขนาดเล็กมาพ่นด้วยความแรงสูงที่ความเร็ว 200 เมตรต่อวินาที (Jet Spray) ซึ่งความแรงระดับนี้ได้มีการทดลองแล้วว่าสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนัง ชั้น Basal cell ของ Epidermis หรือ Dermis และช่วยขจัดชั้นผิวหนังที่ตาย Hydro jet peeling นี้จะช่วยทำความสะอาดสิ่งตกค้างตามรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวสะอาด อิ่มน้ำ มีสุขภาพที่ดี และยังช่วยทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนที่ผิวขึ้นมาใหม่อีกด้วย

ประโยชน์ของ Hydro jet peeling

  • เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น มีประโยชน์ต่อระบบน้ำเหลือง
  • รักษาสิว สิวอุดตัน สิวหัวดำ
  • ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก กำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน
  • รักษาผิวที่ดูหม่นหมองคล้ำเสีย ให้กลับดูกระจ่างใส อ่อนวัย และมีสุขภาพดีขึ้น
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

Hydro jet peeling สามารถทำได้บ่อยแค่ไหน

อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

HIFEM เทคโนโลยีเพื่อคนอยากเฟิร์ม

HIFEM (High-Intensity Focused ElectroMagnetic Field) คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะส่งพลังงานแบบเฉพาะเจาะจงไปที่กล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการหดรัดเกร็งอย่างสม่ำเสมอ เหมือนการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง สามารถนำมาใช้บำบัดและรักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและยังสามารถนำมารักษากับคนที่ต้องการให้กล้ามเนื้อหน้าท้องมีความชัดขึ้น หรือบั้นท้ายกระชับขึ้นได้อีกด้วย โดยที่ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการออกกำลังกาย มีความปลอดภัยสูงมาก และไม่จำเป็นต้องเปิดแผลผ่าตัดใด ๆ อีกด้วย

ใครเหมาะกับ HIFEM

  • ผู้ที่ออกกำลังกาย ต้องการลดไขมันเฉพาะที่และเพิ่มกล้ามเนื้อเพื่อให้รูปร่างดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้มี 6 Packs ที่ชัดเจน บั้นท้ายยกกระชับขึ้น รอบเอวลดลง
  • ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่มีเวลาออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ต้องการลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อเพื่อให้รูปร่างดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น
  • คุณแม่ที่มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยจากการที่กล้ามเนื้อยืดขยายจากการตั้งครรภ์
  • ผู้ที่ต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น และได้เรื่องรูปร่างเป็นผลพลอยได้ จากการวิจัยพบว่า สามารถลดไขมันในช่องท้องได้ถึง10% ซึ่งไขมันช่องท้อง เป็นตัวชี้วัดเรื่องของสุขภาพและโรคต่างๆ มากมาย
  • ผู้ที่ไม่สามารถออกกำลังกายหรือ Weight Training ได้ เช่น มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง แต่ต้องการความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มากขึ้นและลดไขมันได้มากขึ้น

ระยะเวลาการทำ HIFEM

ใช้เวลารักษา 30 นาที ต่อ 1 บริเวณ ทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ควรทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 อาทิตย์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

การเตรียมตัวก่อนทำ HIFEM

งดทานอาหาร 1 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการรักษา

Facial treatments ปรนนิบัติผิวหน้าให้กระจ่างใสขั้นสุด

ทรีทเมนต์หน้า (Facial treatment) คือกระบวนการรักษา ดูแล และบำรุงผิวหน้าด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ อย่างพิถีพิถัน โดยมีจุดประสงค์ในการทำหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อลดรอยสิว ยกกระชับใบหน้า หรือการสลายไขมัน ซึ่งแต่ละโปรแกรม อาจจะมีหลายขั้นตอน หรือขั้นตอนเดียว ตามแต่วิธีการของการรักษานั้นๆ

Facial treatments เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีสุขภาพผิวดีอยู่แล้ว และต้องการคงสภาพผิวที่ดีไว้
  • ผู้ที่มีสุขภาพผิวที่ไม่แข็งแรง และต้องการฟื้นฟูสภาพผิว
  • ผู้ที่นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีเนื้อผิวไม่เต่งตึง ไม่กระชับ ริ้วรอยชัด
  • ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ บำรุงเท่าไรก็เหมือนสารอาหารไม่ซึมเข้าผิว

ผู้ที่แต่งหน้าติดยาก เพราะผิวขาดความชุ่มชื้น

Electroporation เติมวิตามิน ที่จำเป็นต่อผิว

Electroporation เป็นวิธีการส่งผ่านสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว วิตามิน โคเอนไซม์เข้าสู่ผิวโดยไม่ต้องฉีดยา ทำให้ผิวหน้าสดใสและมีสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

โดยอาศัยหลักการในการใช้ประจุไฟฟ้าที่มีทั้งอิออนบวกและลบ ผลักวิตามินที่มีโมเลกุลหลายขนาดลงสู่ชั้นผิว ได้ผลดีกว่าทาใช้มือทาครีมถึง 95% จึงทำให้ประสิทธิภาพชัดเจนเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Cell therapy เซลล์บำบัด

เมื่อคนเรามีอายุที่มากขึ้น เซลล์มากมายซึ่งประกอบกันเป็นอวัยวะและร่างกายของเราก็จะค่อยๆ เสื่อมลงไปในทุกวัน เซลล์เหล่านี้บางส่วนก็จะตายหรือหยุดทำงานไป เมื่อมีเซลล์ที่เสื่อมและหยุดทำงานมากขึ้น ก็จะก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆ รวมทั้งความเสื่อมและความชราด้วย การรักษาและป้องกันโรคที่แท้จริงจึงควรเริ่มต้นที่การซ่อมแซม และบำบัดเซลล์นั่นเอง

การทำเซลล์บำบัดคือ การฟื้นฟูเซลล์ ให้กลับมาแข็งแรงและมีคุณภาพดีอีกครั้ง หรือเป็นการดูแลและบำรุงเซลล์ที่เสื่อมประสิทธิภาพกลับมาแข็งแรงอีกครั้งนั่นเอง

เซลล์บำบัดเป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่มีความปลอดภัยและได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถกระตุ้นเซลล์ของร่างกายเพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างพลังของร่างกาย การใช้เซลล์บำบัดสามารถฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งของเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพลงและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าแนวทางเซลล์บำบัดนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชะลอวัยรวมถึงรักษาสาเหตุของปัญหาต่างๆ ของร่างกาย การบำบัดด้วยเฟรชเซลล์มีคุณสมบัติในการชะลอวัย รักษา และสร้างเซลล์ใหม่ เพื่อต่อสู้กับสัญญาณแห่งความร่วงโรยอย่างแท้จริง

การฟื้นฟูสุขภาพด้วย Cell Therapy ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

  • โรคจากความชรา
  • ระบบประสาทผิดปกติ
  • การย่อยอาหารผิดปกติ
  • ปัญหาหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ฮอร์โมนผิดปกติ
  • โรคออทิซึ่ม หรือ ADHS
  • โรคข้อ
  • โรคผิวหนัง
  • ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเป็นหมัน

พันธุกรรมและพัฒนาการผิดปกติในทารกและเด็ก

Body Contouring

Body Contouring ไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสัดส่วนรูปร่างให้ดูสวยขึ้น เช่น คนที่มีต้นขาใหญ่ มีพุง คนที่เคยคลอดน้อง คนที่มีส่วนเกินตามจุดต่างๆ ในร่างกายมาปรับให้รูปร่างดีขึ้น ทำให้ส่วนนั้นๆ เล็กลง กระชับขึ้น หรือหายไปทำนั่นเอง

กระบวนการที่ใช้ในการกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วนมีอะไรบ้าง

การกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะส่วนนั้นเป็นการผสานกระบวนการผ่าตัดเพื่อความงามหลายอย่างเข้าด้วยกัน ดังนี้

การดูดไขมัน (Liposuction) : การใช้ท่อขนาดเล็กต่อเข้ากับอุปกรณ์สุญญากาศดูดไขมันออกจากร่างกาย การดูดไขมันมีข้อดีคือสามารถกำจัดไขมันในจุดที่ลดยากได้และค่อนข้างปลอดภัย ใช้เวลาน้อยและ ใช้เวลาพักฟื้นน้อย

การดึงหน้าท้อง (Tummy Tuck) : การตัดชั้นเนื้อเยื่อไขมันและผิวหนังหน้าท้องส่วนที่ยื่นเกินหน้าท้องส่วนกลางและล่างออก การผ่าตัดนี้อาจจะช่วยเก็บซ่อนรอยแตกลายได้

การยกกระชับลำตัว ต้นขา หรือต้นแขน (Body Lift / Thighs Lift / Arms Lift) : การผ่าตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก แล้วเย็บปิดรอยแผลเพื่อกระชับลำตัว ต้นแขน หรือต้นขา วิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่เปิดแผลยาว จึงต้องทำความสะอาดแผลและดูแลอย่างดีหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Body Contouring

1.ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

 2.งดดื่มเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ /งดสูบบุหรี่

3.ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร (7-8 แก้ว/วัน)

HIIT เทรนด์การออกกำลังกายแนวใหม่ เผาผลาญไขมันภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง!!!

HIIT หรือ High-Intensity Interval Training

HIIT หรือ High-Intensity Interval Training หนึ่งในเทรนด์การออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันได้ในระดับสูงสุด ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง!!!

HIIT เป็นการออกกำลังกายอย่างหนักในระยะเวลาสั้น ๆ สลับกับการออกกำลังกายเบาๆในช่วงพัก การออกกำลังกายแบบ HIIT ทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเร็ว ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก หรือบอดี้เวทด้วยวิธีต่าง ๆ จะมีความเเตกต่างกันไปตามกิจกรรมที่เลือก ทำให้ HIIT เป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงมาก ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 85 – 90% และเบิร์นไขมันออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพราะทำให้เราสามารถออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกายได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ ยังช่วยทำให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว 

ช่วงของการออกกำลังกายด้วยการออกแรงเต็มที่นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน อาจใช้เวลาประมาณ 5-10 วินาที หรือ 5-10 นาที และระยะเวลาของช่วงพักก็จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน

ตัวแปรที่เกิดขึ้นในการออกกำลังกายแบบ HIIT ได้แก่

  • ระยะเวลาที่ออกแรงเต็มที่
  • ระดับของการออกกำลังกาย ความเร็ว ความหนัก
  • ระยะเวลาของการพัก
  • ระดับความเบาของช่วงพัก เช่น การ cool down
  • จำนวนรอบของการออกกำลังกายแบบ HIIT
  • รูปแบบของการออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ

ใครที่เหมาะกับการออกกำลังกายเเบบ HIIT

HIIT เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อย สามารถสร้างความแข็งแรงของร่างกายและช่วยลดน้ำหนัก จากการศึกษาพบว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา และ HIIT คือคำตอบของคนเหล่านั้น

HIIT ให้อะไรแก่คุณ

  1. HIIT ช่วยสร้างเสริมระบบการเผาผลาญไขมันให้ทำงานได้มากขึ้น
  2. สะดวกและรวดเร็ว แล้วยังช่วยประหยัดเวลาได้อีกด้วย
  3. HIIT ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ นอกจากร่างกายของตัวเราเอง
  4. HIIT ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อทุกส่วน ให้เป็นรูปร่างมากขึ้น
  5. HIIT ส่งผลดีต่อหัวใจ และหลอดเลือด
  6. อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น
  7. ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล
  8. น้ำหนักลด แต่ไม่กระทบกับกล้ามเนื้อ

ออกกำลังกายแบบ HIIT อย่างปลอดภัย

การออกกำลังกายแบบ HIIT แม้จะเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อย แต่เหมาะกับผู้ที่มีความแข็งแรงเพียงพอ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นนั้น ยังไม่ควรหักโหม ควรออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วยในช่วงแรก โดยอาจจะเริ่มออกกำลังกายแบบ HIIT สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ 

การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้อาจส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับข้อต่อและกล้ามเนื้ออย่างอาการข้อต่ออักเสบ อาจออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ไม่ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับข้อจำกัดทางสุขภาพของตนเองทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับข้อจำกัดทางสุขภาพของตนเอง

คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการฉีดฟิลเลอร์

ทันทีหลังจากการฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการผิวหนังบวมแดง อาการคัน คลำได้เป็นก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาการเหล่านี้เป็นอาการปกติหลังการฉีดฟิลเลอร์ และอาการเหล่านี้มักหายไปเองภายใน 48 ชั่วโมงแต่ในบางรายอาจมีอาการบวมนานถึง 7-14 วัน และบางรายอาจเกิดขึ้นได้หลายสัปดาห์ และการประคบเย็นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยลดอาการบวมและแดงได้

โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

24 ชั่วโมงหลังจากการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการจับและลูบคลำ หรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวภายใน 12 ชั่วโมงแรก
  • ใช้น้ำดื่มสะอาดล้างหน้าแทน หากไม่มันใจความสะอาดของน้ำที่ใช้
  • ทาขี้ผึ้งฆ่าเชื้อบริเวณรอยเข็ม ตามแพทย์สั่ง

ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการแสดงออกทางสีหน้าอย่างรุนแรงอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำได้ตามที่ต้องการ

2 สัปดาห์หลังจากฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนความร้อน เช่น ซาวน่า และเลเซอร์ หลังฉีดฟิลเลอร์ไปจนถึง 4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนวดใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือบีบบริเวณที่ฉีด
  • เว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนโควิด (Covid Vaccine) เข็มสุดท้ายไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงสามารถฉีด Filler ได้
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ในช่วงวันแรกหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรนอนราบ นอนตะแคงหรือเคลื่อนไหวในท่าที่ก้มหัว
  • นอนท่าศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม
  • พักใบหน้าและจำกัดการยิ้มและการหัวเราะ
  • โปรดปรึกษาแพทย์ หากเกิดข้อสงสัย หรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังการรักษาด้วยการใช้โบทูลินั่ม ท๊อกซิน

ภายหลังการรักษาโดยการใช้โบทูลินั่ม ท็อกซิน

  • ห้ามนอนราบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงหลังการฉีด เพราะตัวยาอาจกระจายออกนอกตำแหน่งที่ทำการรักษาไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่นได้
  • ห้ามนวด ขัด ถู คลึง บริเวณที่ทำการรักษา เนื่องจากอาจทำให้ยากระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการรักษาได้
  • สามารถประคบเย็นได้บริเวณที่ทำการรักษา เพื่อลดอาการปวด บวม หรือรอยช้ำ
  • การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ มีความสำคัญมาก เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อที่ต้องการให้ออกฤทธิ์มากที่สุด ซึ่งควรทำทุก 15 นาทีใน 1 – 3 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด เช่น การฉีดบริเวณหน้าผาก ให้หมั่นเลิกคิ้ว­  การฉีดบริเวณหว่างคิ้ว ให้หมั่นขมวดคิ้ว­  การฉีดบริเวณหางตา ให้หมั่นยิ้มยิงฟัน­  การฉีดบริเวณกราม ให้หมั่นเคี้ยวหมากฝรั่ง
  • หลีกเลี่ยงการเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ยิงเลเซอร์ การนวดหน้าแรงๆใน2  สัปดาห์แรกหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใน 2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด

We use cookies to improve the experience and the performance of our website. For more information about the cookies we use, visit Privacy Policy and you can adjust your privacy options Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can opt-in/out the cookie settings in each category, excepting for the necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า