holistique_admin - Holistique

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ2026

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ

แนวทางและหลักปฏิบัติของคลินิกเรื่องโปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ ควรดูแลอย่างไรให้เหมาะกับร่างกาย รู้จักแนวทางและหลักปฏิบัติของคลินิกสำหรับโปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ ตั้งแต่ประเมินร่างกาย โภชนาการ พฤติกรรม การติดตามผล ไปจนถึงการดูแลแบบเฉพาะบุคคลกับ Holistique Wellness Center การลดน้ำหนักไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า “จะลดให้ได้กี่กิโลกรัม” เพราะน้ำหนักเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่สะท้อนสุขภาพ และตัวเลขบนเครื่องชั่งไม่ได้บอกทั้งหมดเกี่ยวกับไขมัน มวลกล้ามเนื้อ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การนอน การออกกำลังกาย หรือภาวะสุขภาพของแต่ละคน โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ ที่มีแนวทางเหมาะสมจึงควรเริ่มจากการประเมินก่อนวางแผน ไม่ใช้สูตรสำเร็จรูปเดียวกันกับทุกคน และไม่ตั้งเป้าหมายให้น้ำหนักลดเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาว่าผู้รับบริการสามารถปรับพฤติกรรมและดูแลน้ำหนักต่อเนื่องในระยะยาวได้หรือไม่ แนวทาง Weight Management ของ Holistique Wellness Center ให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาพโดยแพทย์ การวางแผนเฉพาะบุคคล การปรับพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย การนอน และการติดตามผล โดยหากมีการใช้ยา การรักษา หรือหัตถการ ก็ควรอยู่ภายใต้ข้อบ่งชี้และการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสม

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพคืออะไร?

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ คือแนวทางจัดการน้ำหนักที่พิจารณาสุขภาพของแต่ละบุคคลร่วมกับอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน พฤติกรรม และปัจจัยทางการแพทย์ เพื่อให้น้ำหนักเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมและสามารถดูแลต่อเนื่องได้ จุดสำคัญคือคำว่า “เพื่อสุขภาพ” หากน้ำหนักลดลง แต่ผู้ลดน้ำหนักรู้สึกอ่อนเพลียมาก ไม่มีแรง ประจำเดือนผิดปกติ สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือไม่สามารถรับประทานอาหารตามปกติได้ วิธีดังกล่าวอาจไม่ตอบโจทย์สุขภาพระยะยาว ดังนั้น คลินิกที่ให้บริการ Weight Management ควรวางเป้าหมายร่วมกับผู้รับบริการโดยพิจารณามากกว่าตัวเลขกิโลกรัม เช่น รอบเอว องค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพ การนอน และความสามารถในการรักษาพฤติกรรมสุขภาพ

ลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพกับแนวคิดเวชศาสตร์ชะลอวัย
  • หลักปฏิบัติข้อที่ 1 ต้องประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรม

แนวทางแรกที่สำคัญคือ ไม่ควรรีบเริ่มโปรแกรมโดยยังไม่ทราบพื้นฐานสุขภาพ แพทย์อาจสอบถามข้อมูล เช่น น้ำหนักและส่วนสูง โรคประจำตัว ประวัติการลดน้ำหนัก ยาที่ใช้อยู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอน และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถประเมินได้ว่า เป้าหมายลดน้ำหนักมีความเหมาะสมหรือไม่ และมีประเด็นสุขภาพใดที่ต้องพิจารณาก่อน Holistique ระบุแนวทางของโปรแกรม Weight Management ว่าควรเริ่มจากการประเมินสุขภาพเพื่อค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก และนำข้อมูลไปวางแผนเฉพาะบุคคล แทนการเลือกโปรแกรมจากโปรโมชั่นหรือราคาเพียงอย่างเดียว

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 2 ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน

ผู้รับบริการสองคนอาจมีน้ำหนัก 80 กิโลกรัมเท่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าควรได้รับโปรแกรมเดียวกัน คนหนึ่งอาจเป็นวัยทำงานที่ออกกำลังกายน้อยและพักผ่อนประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่อีกคนอาจมีมวลกล้ามเนื้อสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องคำนึงถึง ดังนั้น โปรแกรมที่เหมาะสมควรเป็น Personalized Weight Management การกำหนดเป้าหมายควรพิจารณาอายุ สุขภาพ รูปแบบการใช้ชีวิต ความสามารถในการออกกำลังกาย พฤติกรรมการกิน รวมถึงสิ่งที่ผู้รับบริการสามารถทำต่อเนื่องได้จริง คลินิกจึงไม่ควรสัญญาว่าทุกคนจะลดน้ำหนักได้จำนวนกิโลกรัมเท่ากันภายในระยะเวลาเดียวกัน

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 3 ต้องประเมินอาหารก่อนสั่งให้งดอาหาร

อีกหนึ่งปัญหาที่พบในการลดน้ำหนักคือการเริ่มต้นจากการตัดอาหารหลายชนิดออกทันที เช่น งดแป้ง งดไขมัน หรือรับประทานอาหารเพียงไม่กี่ประเภท แนวทางที่เหมาะสมควรเริ่มจากการประเมินรูปแบบการกินจริงก่อน ควรดูว่าผู้รับบริการรับประทานอาหารกี่มื้อ มีเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงหรือไม่ รับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยเพียงใด ได้รับโปรตีน ผัก และใยอาหารเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงมีพฤติกรรมกินจากความเครียดหรือกินช่วงดึกบ่อยแค่ไหน เมื่อเห็นพฤติกรรมจริงแล้ว จึงสามารถเลือกสิ่งที่ควรปรับได้อย่างตรงจุด การควบคุมพลังงานยังมีความสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการอดอาหาร และไม่ควรทำให้ผู้รับบริการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 4 ต้องพิจารณาองค์ประกอบร่างกาย ไม่ใช่น้ำหนักอย่างเดียว

เครื่องชั่งบอกน้ำหนักรวม แต่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่าน้ำหนักนั้นมาจากไขมัน กล้ามเนื้อ หรือน้ำในร่างกายเท่าใด ดังนั้น การติดตามโปรแกรมลดน้ำหนักอาจพิจารณาข้อมูลอื่นประกอบ เช่น รอบเอว องค์ประกอบของร่างกาย และสมรรถภาพในการทำกิจกรรม หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจำนวนมาก ก็อาจไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การรักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต การประเมินผลลัพธ์จึงควรมองทั้งรูปร่าง น้ำหนัก และสุขภาพร่วมกัน

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 5 ต้องรวมการออกกำลังกายและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

การออกกำลังกายไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในแง่การใช้พลังงาน แต่ยังช่วยพัฒนาความแข็งแรง สมรรถภาพ และสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมโปรแกรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนักทันที คนที่ไม่เคยออกกำลังกายอาจเหมาะกับการเริ่มจากการเพิ่มการเดิน การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน หรือออกกำลังกายในระดับที่สอดคล้องกับความพร้อมของร่างกาย ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว ปัญหาข้อ หรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ควรได้รับคำแนะนำให้เหมาะกับสภาพร่างกาย เป้าหมายคือการสร้างกิจกรรมที่สามารถทำต่อเนื่องได้ ไม่ใช่ออกกำลังกายอย่างหนักช่วงสั้นๆ แล้วหยุดไป

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 6 ต้องให้ความสำคัญกับการนอน

หลายคนสนใจอาหารและการออกกำลังกาย แต่ละเลยการนอนหลับ ทั้งที่การพักผ่อนมีความเกี่ยวข้องกับความพร้อมในการดูแลพฤติกรรมสุขภาพในแต่ละวัน คนที่นอนน้อยอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย มีพลังงานน้อย และควบคุมการรับประทานอาหารได้ยากขึ้น หากผู้รับบริการทำงานจนดึกทุกวัน การให้ลดอาหารลงอีกอาจไม่ได้แก้ปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด แนวทาง Weight Management ของ Holistique เองก็ระบุถึงการปรับพฤติกรรมทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับ ไม่ได้มองเฉพาะปริมาณอาหารหรือจำนวนกิโลกรัมที่ต้องการลด

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 7 หากมีการใช้ยา ต้องมีข้อบ่งชี้และแพทย์ดูแล

ปัจจุบันมีแนวทางทางการแพทย์สำหรับจัดการน้ำหนักหลายประเภท รวมถึงยาบางกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักทุกคนจะเหมาะกับการใช้ยา ก่อนพิจารณาการรักษาด้วยยา แพทย์ควรประเมินสุขภาพ ข้อบ่งชี้ ข้อห้าม ประวัติทางการแพทย์ และยาที่ใช้อยู่ รวมถึงอธิบายประโยชน์และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรซื้อยาลดน้ำหนักมาใช้เอง หรือเลือกวิธีจากประสบการณ์ของบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านการประเมิน Holistique ระบุบริการด้าน Weight Management และมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับ Semaglutide แต่หลักการของคลินิกระบุชัดว่าหากมีการใช้ยา การรักษา หรือหัตถการ ควรอยู่ภายใต้ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และการดูแลจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 8 ต้องมีการติดตามผลและปรับแผน

โปรแกรมลดน้ำหนักไม่ควรเป็นเพียงการให้เมนูหรือวิธีปฏิบัติครั้งเดียวแล้วให้ผู้รับบริการกลับไปทำเองจนจบ ร่างกายและพฤติกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงระหว่างโปรแกรมได้ บางคนอาจเริ่มต้นได้ดี แต่หลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์พบว่าหิวมากขึ้น นอนแย่ลง หรือทำตามแผนอาหารได้ยาก เนื่องจากไม่สอดคล้องกับตารางชีวิต การติดตามผลช่วยให้สามารถตรวจสอบว่าอะไรทำได้จริง อะไรควรปรับ และมีอาการผิดปกติหรือไม่ Holistique ระบุการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของโปรแกรมลดน้ำหนักที่ควรพิจารณา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Weight Management ที่มองการจัดการน้ำหนักเป็นกระบวนการระยะยาว

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 9 ต้องกำหนดเป้าหมายที่วัดได้มากกว่าตัวเลขน้ำหนัก

คำว่า “สำเร็จ” ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าน้ำหนักลดลงตามตัวเลขที่ตั้งไว้เพียงอย่างเดียว เป้าหมายอาจประกอบด้วยการควบคุมรอบเอว การมีแรงในการทำกิจกรรมมากขึ้น ออกกำลังกายได้สม่ำเสมอ รับประทานอาหารสมดุลกว่าเดิม หรือสามารถรักษาน้ำหนักได้โดยไม่ต้องใช้วิธีที่เข้มงวด Holistique ระบุว่าเป้าหมายของการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนควรให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีขึ้น การรับประทานอาหารสมดุล การมีแรงทำกิจกรรมประจำวัน การนอน และคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนตาชั่ง แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้รับบริการมองสุขภาพในระยะยาวมากขึ้นและลดแรงกดดันจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว

  • หลักปฏิบัติข้อที่ 10 ต้องหลีกเลี่ยงการรับประกันผลลัพธ์

การตอบสนองต่อโปรแกรมลดน้ำหนักแตกต่างกันในแต่ละคน ดังนั้น คลินิกที่มีแนวทางเหมาะสมไม่ควรรับประกันว่าจะลดได้จำนวนกิโลกรัมตายตัวในระยะเวลาหนึ่งโดยไม่พิจารณาพื้นฐานของแต่ละบุคคล ควรระมัดระวังข้อความประเภท “ลดเร็วโดยไม่ต้องปรับพฤติกรรม” หรือ “ลดได้แน่นอน” รวมถึงโปรแกรมที่ไม่ประเมินสุขภาพ ไม่อธิบายข้อจำกัด หรือไม่แจ้งแนวทางการติดตามผล เว็บไซต์ Holistique เองแนะนำให้ระวังโปรแกรมที่รับประกันผลลัพธ์แบบแน่นอน อ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ปรับพฤติกรรม หรือไม่ประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรม

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพกับแนวคิดเวชศาสตร์ชะลอวัย

เวชศาสตร์ชะลอวัยและ Wellness มองการจัดการน้ำหนักในภาพกว้าง โดยไม่ได้พิจารณาเพียงรูปร่างภายนอก แต่ดูสุขภาพ พฤติกรรม และปัจจัยที่อาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว น้ำหนักจึงถูกนำมาประเมินร่วมกับข้อมูลด้านอื่น เช่น โภชนาการ การเคลื่อนไหว การนอน สุขภาพตามช่วงวัย และผลตรวจทางการแพทย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ Holistique Wellness Center ระบุบริการหลักครอบคลุมด้าน Anti-Aging, สุขภาพระบบทางเดินอาหาร และ Weight Management โดยแนวคิดของศูนย์เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก ทำไมการตรวจสุขภาพอาจมีบทบาทก่อนลดน้ำหนัก? ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องตรวจทุกอย่างก่อนเริ่มลดน้ำหนัก แต่ในบางคน การตรวจสุขภาพสามารถช่วยให้เห็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวางแผน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว น้ำหนักเปลี่ยนผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ Holistique มีแนวทางตรวจสุขภาพองค์รวมที่ครอบคลุมการตรวจพื้นฐานและข้อมูลสุขภาพด้านต่างๆ จากนั้นมีการวิเคราะห์ผลและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล อย่างไรก็ตาม การตรวจจำนวนมากที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุด ทุกการตรวจควรมีเหตุผลและสามารถนำผลมาใช้ประกอบการดูแลได้จริง ใครบ้างที่ควรพิจารณาโปรแกรมลดน้ำหนักแบบมีแพทย์ดูแล? ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ผู้ที่เคยพยายามลดน้ำหนักหลายครั้งแล้วไม่สามารถรักษาน้ำหนักได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายน้ำหนักของตนเองเหมาะสมหรือไม่ สามารถพิจารณารับคำปรึกษาได้ ผู้ที่มีน้ำหนักเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการ เช่น อ่อนเพลียมาก ประจำเดือนผิดปกติ ใจสั่น หรืออาการสุขภาพอื่นที่เกิดขึ้นใหม่ ควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุก่อนพยายามลดน้ำหนักด้วยตนเอง การมีแพทย์ประเมินจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในด้านการวางโปรแกรม แต่ยังช่วยคัดกรองว่ามีประเด็นสุขภาพใดที่ควรได้รับการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ

ดูแลน้ำหนักแบบองค์รวมกับ Holistique Wellness Center

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา คลินิกโปรแกรมลดน้ำหนักในกรุงเทพ Holistique Wellness Center มีบริการ Weight Management และตั้งอยู่ที่ชั้น 4 Central Embassy ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยเว็บไซต์ระบุว่าสามารถลงทะเบียนเพื่อปรึกษาทีมแพทย์ก่อนเข้ารับบริการได้ แนวคิดของ Holistique คือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยไม่ได้แยกการควบคุมน้ำหนักออกจากสุขภาพด้านอื่น และให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและประเมินตามปัญหาของผู้รับบริการ สำหรับผู้ที่ไม่ทราบว่าควรเริ่มจากการปรับอาหาร การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพ หรือแนวทางทางการแพทย์อื่น การเข้ารับคำปรึกษาก่อนเลือกโปรแกรมสามารถช่วยให้วางเป้าหมายได้เหมาะสมมากกว่าเลือกจากโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว สรุป หลักของโปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพคือ “ประเมิน วางแผน ติดตาม และปรับให้เหมาะกับแต่ละคน” โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสมไม่ควรเป็นสูตรสำเร็จรูปและไม่ควรตัดสินความสำเร็จจากตัวเลขบนเครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว หลักสำคัญควรประกอบด้วยการประเมินสุขภาพก่อนเริ่ม วางแผนเฉพาะบุคคล ปรับโภชนาการและกิจกรรมให้เหมาะสม ให้ความสำคัญกับการนอน ติดตามผล และปรับแผนตามการตอบสนองของร่างกาย หากมีการใช้ยาหรือการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม ควรมีข้อบ่งชี้และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่ม Weight Management อย่างเป็นระบบ สามารถปรึกษา Holistique Wellness Center เพื่อประเมินสุขภาพและเป้าหมายก่อนวางแนวทางดูแล โดยมุ่งให้การควบคุมน้ำหนักเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพระยะยาว มากกว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเพียงช่วงเวลาหนึ่ง

1. โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแตกต่างจากการอดอาหารอย่างไร?

โปรแกรมลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพควรพิจารณาพลังงานและสารอาหารให้เหมาะกับร่างกาย พร้อมปรับพฤติกรรม การเคลื่อนไหว และการพักผ่อน การอดอาหารหรือจำกัดอาหารมากเกินไปอาจทำให้ทำต่อเนื่องได้ยากและเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

2. จำเป็นต้องพบแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนักหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องเข้าโปรแกรมทางการแพทย์ แต่ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยา น้ำหนักเปลี่ยนผิดปกติ หรือมีอาการสุขภาพร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ก่อน สำหรับโปรแกรมของคลินิก การประเมินสุขภาพก่อนเริ่มเป็นแนวทางที่ช่วยให้วางแผนได้เหมาะกับแต่ละบุคคล

3. คลินิกลดน้ำหนักควรตรวจอะไรบ้าง?

ไม่มีรายการตรวจเดียวสำหรับทุกคน แพทย์ควรพิจารณาจากอายุ ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว อาการ และปัจจัยเสี่ยงก่อน แล้วจึงเลือกการตรวจตามข้อบ่งชี้ ไม่ควรเลือกคลินิกจากจำนวนรายการตรวจเพียงอย่างเดียว

4. โปรแกรมลดน้ำหนักที่ดีต้องออกกำลังกายหรือไม่?

กิจกรรมทางกายเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพและ Weight Management แต่ประเภทและความหนักควรเหมาะกับพื้นฐานร่างกาย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักตั้งแต่เริ่ม ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพควรได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมก่อน

5. ใช้ยาลดน้ำหนักในโปรแกรมได้หรือไม่?

ยาบางประเภทสามารถนำมาใช้ในการดูแลน้ำหนักเมื่อมีข้อบ่งชี้ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน การเลือกใช้ควรผ่านการประเมินโดยแพทย์ รวมถึงพิจารณาประโยชน์ ข้อจำกัด ความเสี่ยง และการติดตามผล ไม่ควรซื้อหรือใช้เองโดยไม่มีการดูแล

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook : Holistique WellnessLine OA : @Holistique
IG : @holistique.wellnessโทร : 065-324-9551

เวชศาสตร์ชะลอวัย คืออะไร ทำไมคนยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้น?

ผู้หญิงตรวจสอบสภาพผิวหน้าเพื่อดูแลสุขภาพแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย

เวชศาสตร์ชะลอวัย คืออะไร ทำไมคนยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้น?

Anti-aging Medicine คืออะไร แตกต่างจากคลินิกความงามอย่างไร ใครควรเริ่มดูแลตัวเองด้วยแนวทางนี้ พร้อมแนวทางประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรมชะลอวัยที่ Holistique Wellness Centerหลายคนได้ยินคำว่า “คลินิกชะลอวัย” หรือ “Anti-Aging Clinic” บ่อยขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่แน่ใจว่าแตกต่างจากคลินิกความงามทั่วไปอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิดของเวชศาสตร์ชะลอวัยอย่างถูกต้อง เพื่อให้ตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับตัวเอง

เวชศาสตร์ชะลอวัยคืออะไร

เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging Medicine เป็นศาสตร์ทางการแพทย์ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) โดยมีเป้าหมายเพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นตามอายุ ไม่ใช่การรอให้เกิดโรคแล้วจึงรักษา แต่เป็นการประเมินร่างกายตั้งแต่ยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงและวางแผนดูแลก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะลุกลาม

แนวคิดนี้แตกต่างจากคลินิกความงามทั่วไปที่มักเน้นการแก้ปัญหาที่ปรากฏบนผิวหนังหรือรูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก เพราะเวชศาสตร์ชะลอวัยมองร่างกายเป็นระบบเดียวกัน ทั้งระดับฮอร์โมน การทำงานของอวัยวะภายใน ภาวะอักเสบในร่างกาย และวิถีชีวิต ล้วนส่งผลต่อความเสื่อมของร่างกายทั้งภายในและภายนอก

ทำไมร่างกายจึงเสื่อมตามอายุ

เวชศาสตร์ชะลอวัย Anti-Aging Medicine ที่ Holistique Wellness Center

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับ เช่นระดับฮอร์โมน ฮอร์โมนหลายชนิดมีแนวโน้มลดลงตามวัย ซึ่งส่งผลต่อพลังงาน มวลกล้ามเนื้อ และคุณภาพการนอนหลับระดับเซลล์ ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์ลดลง ทำให้กระบวนการฟื้นฟูร่างกายช้าลงภาวะอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Low-Grade Inflammation) ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิดเมื่อสะสมเป็นเวลานานวิถีชีวิต เช่น ความเครียดสะสม การนอนไม่เพียงพอ อาหารที่ไม่สมดุล และการเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดลง ล้วนเร่งกระบวนการเสื่อมให้เร็วขึ้น

ใครควรเริ่มดูแลตัวเองด้วยแนวทางเวชศาสตร์ชะลอวัย

แนวคิดที่ว่าต้อง “อายุมาก” ถึงจะเริ่มดูแลสุขภาพเชิงป้องกันนั้นไม่ถูกต้องนัก เพราะยิ่งเริ่มดูแลเร็ว ยิ่งมีโอกาสชะลอความเสื่อมได้ตั้งแต่ต้นทาง กลุ่มที่ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์ด้านนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่สดชื่น แม้พักผ่อนเพียงพอ

  • ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป และต้องการประเมินสุขภาพเชิงลึกก่อนเกิดปัญหา

  • ผู้ที่มีความเครียดสะสมจากการทำงาน หรือมีพฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่ใช่เฉพาะการแก้ปัญหาผิวพรรณเพียงอย่างเดียว

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเรื้อรัง และต้องการวางแผนป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ

แนวทางการประเมินก่อนเริ่มโปรแกรมชะลอวัย

การดูแลแบบเวชศาสตร์ชะลอวัยที่ดีควรเริ่มจากการประเมินสุขภาพของแต่ละบุคคลก่อนเสมอ ไม่ใช่การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปแบบเดียวกันกับทุกคน โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาข้อมูลดังนี้

  1. ประวัติสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอน การรับประทานอาหาร ความเครียด และโรคประจำตัว
  2. ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ตามข้อบ่งชี้ของแต่ละบุคคล เพื่อประเมินการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
  3. เป้าหมายของแต่ละบุคคล เช่น ต้องการเพิ่มพลังงานในชีวิตประจำวัน ดูแลผิวพรรณควบคู่กับสุขภาพภายใน หรือวางแผนป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวจากนั้นแพทย์จึงวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งอาจครอบคลุมทั้งการปรับพฤติกรรม โภชนาการ และการดูแลด้านการแพทย์เฉพาะทางร่วมด้วย

เวชศาสตร์ชะลอวัยไม่ใช่ทางลัด แต่คือการลงทุนระยะยาว

เวชศาสตร์ชะลอวัยที่ Holistique Wellness Center

สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือ เวชศาสตร์ชะลอวัยไม่ใช่หัตถการครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการดูแลต่อเนื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ ทั้งการติดตามผล การปรับแผนตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืน มากกว่าการเห็นผลทันทีแบบก้าวกระโดด

Holistique Wellness Center ให้บริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยภายใต้แนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการสุขภาพ เริ่มต้นจากการพูดคุยและประเมินสุขภาพของแต่ละบุคคล ก่อนวางแนวทางดูแลที่เหมาะสม ทั้งด้านผิวพรรณ ระบบภายในร่างกาย และวิถีชีวิตควบคู่กันไป เพื่อให้การชะลอวัยเป็นเรื่องของสุขภาพที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

นวัตกรรมโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ Holistique Wellness Center

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวชศาสตร์ชะลอวัย

คลินิกชะลอวัยคืออะไร

คือสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยมีแพทย์ประเมินและวางแผนชะลอความเสื่อมของร่างกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ต้องอายุเท่าไรถึงควรเริ่มดูแลแบบเวชศาสตร์ชะลอวัย

ไม่มีอายุตายตัว โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-35 ปีขึ้นไปสามารถเริ่มประเมินสุขภาพเชิงป้องกันได้ แต่ขึ้นอยู่กับสุขภาพและความต้องการของแต่ละคน

ต้องตรวจเลือดทุกครั้งหรือไม่

การตรวจจะพิจารณาตามความจำเป็นของแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นต้องตรวจแบบเดียวกันทุกคน ขึ้นอยู่กับประวัติสุขภาพและเป้าหมายที่ต้องการประเมิน

เวชศาสตร์ชะลอวัยกับคลินิกความงามต่างกันอย่างไร

คลินิกความงามมักเน้นแก้ปัญหาที่ปรากฏภายนอก เช่น ผิวพรรณ ส่วนเวชศาสตร์ชะลอวัยมองภาพรวมของสุขภาพทั้งภายในและภายนอกร่วมกัน

เวชศาสตร์ชะลอวัยช่วยเรื่องน้ำหนักหรือรูปร่างได้หรือไม่

สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลได้ เนื่องจากมองสุขภาพแบบองค์รวม แต่การควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะควรได้รับการประเมินและวางแผนแยกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

คลินิกชะลอวัยต้องรอให้อายุมากก่อนไหม?

Holistique Wellness Center @ Central Embassy ชั้น 4 เปิดให้บริการทุกวัน 10:00 – 20:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Facebook: Holistique Wellness | Instagram: @holistique.wellness | Line OA: @Holistique โทร: 065-324-9551

รู้จักทีมแพทย์ Holistique Wellness Center

รู้จักทีมแพทย์ Holistique Wellness Center

Holistique Wellness Center ความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม การเลือกคลินิกสุขภาพและความงามไม่ควรพิจารณาเฉพาะเครื่องมือ โปรแกรม หรือโปรโมชั่นเท่านั้น เพราะหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ แพทย์ผู้ประเมินปัญหาและวางแนวทางการดูแล โดยเฉพาะคลินิกที่ให้บริการทั้งด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย สุขภาพแบบองค์รวม ผิวพรรณ ความงาม โภชนาการ และการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งผู้รับบริการแต่ละคนอาจต้องการความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน Holistique Wellness Center ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2565 โดยทีมแพทย์ด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ด้วยแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการวางแผนที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ปัจจุบันเว็บไซต์ของคลินิกระบุบริการหลักครอบคลุมผิวพรรณและความงาม เวชศาสตร์ชะลอวัย เซลล์บำบัด สุขภาพระบบทางเดินอาหาร ศีรษะและเส้นผม และการควบคุมน้ำหนัก ทีมแพทย์ประจำที่เว็บไซต์ Holistique ระบุในปัจจุบันประกอบด้วยแพทย์ 4 ท่าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญต่างกัน ทำให้ผู้รับบริการสามารถเริ่มจากการประเมินปัญหาและเลือกแนวทางที่สัมพันธ์กับความต้องการของตนเอง

Holistique Wellness Center มีแพทย์ท่านใดบ้าง?

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ Holistique Wellness Center ระบุทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ 4 ท่าน ได้แก่ แพทย์หญิงเพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการด้านสุขภาพแพทย์หญิงชญานันท์ วงษ์แก้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัแพทย์หญิงวงศิยา เวียรศิลป์ ตจศัลยศาสตร์เฉพาะทางโรคผิวหนังและความงามแพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ ตจศัลยแพทย์และเวชศาสตร์ชะลอวัยการมีแพทย์ที่มีความสนใจและความเชี่ยวชาญหลายด้านช่วยให้แนวคิดของ Holistique ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องความงาม แต่สามารถเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน

1.แพทย์หญิงเพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม

แพทย์หญิงเพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการด้านสุขภาพ ความเชี่ยวชาญในลักษณะนี้มีความสัมพันธ์กับแนวคิด Wellness โดยตรง เพราะสุขภาพในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาเมื่อมีอาการเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการรับประทานอาหาร การพักผ่อน การออกกำลังกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันด้วย ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จัดการเรื่องโภชนาการ หรือทำความเข้าใจปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับสุขภาพตามช่วงวัย จึงสามารถเริ่มจากการเข้ารับการประเมิน เพื่อพิจารณาว่ามีประเด็นใดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การดูแลด้านโภชนาการที่เหมาะสมไม่ควรใช้สูตรเดียวกับทุกคน เพราะอายุ น้ำหนัก กิจกรรม โรคประจำตัว และเป้าหมายสุขภาพของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน

2. แพทย์หญิงชญานันท์ วงษ์แก้ว

แพทย์หญิงชญานันท์ วงษ์แก้ว ได้รับการระบุบนเว็บไซต์ Holistique Wellness Center ว่าเป็น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging Medicine ไม่ได้หมายถึงการหยุดความแก่ แต่เป็นแนวทางที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและปัจจัยที่สามารถดูแลได้เมื่อร่างกายเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย ผู้รับบริการอาจเข้าปรึกษาเพื่อประเมินภาพรวมด้านสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือวางแนวทางดูแลสุขภาพระยะยาว โดยการตรวจเพิ่มเติมควรเลือกตามประวัติ อาการ อายุ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องได้รับการตรวจแบบเดียวกัน Holistique ยังมีโปรแกรมตรวจสุขภาพองค์รวมที่ครอบคลุมการตรวจพื้นฐานและข้อมูลสุขภาพด้านต่าง ๆ โดยนำผลมาวิเคราะห์และใช้ประกอบการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล

3. แพทย์หญิงวงศิยา เวียรศิลป์

แพทย์หญิงวงศิยา เวียรศิลป์ ในด้าน ตจศัลยศาสตร์เฉพาะทางโรคผิวหนังและความงาม ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อน ปัญหาที่ดูคล้ายกันจากภายนอกอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยสิว ริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อย อาจต้องใช้แนวทางการประเมินและดูแลต่างกัน การมีแพทย์ที่ดูแลด้านผิวหนังและความงามจึงมีบทบาทในการวิเคราะห์ปัญหาก่อนเลือกเครื่องมือหรือหัตถการ โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีด้านผิวจำนวนมาก การเลือกจากชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้รับบริการควรทราบว่าปัญหาของตนเองอยู่ที่ผิวชั้นใด มีระดับมากน้อยเพียงใด และวิธีใดมีความเหมาะสม แนวคิดนี้สอดคล้องกับการดูแลของ Holistique ที่ระบุถึงการ Screening เครื่องมือและผลิตภัณฑ์โดยแพทย์ก่อนนำมาให้บริการ รวมถึงให้ความสำคัญกับเครื่องมือที่มีมาตรฐานและข้อมูลรองรับ

4. แพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ

แพทย์หญิงสรวลัย รักชาติ หรือที่เว็บไซต์ภาษาอังกฤษระบุชื่อว่า Dr. Sarawalai Rukchart, MD, MSc เป็นแพทย์ที่ Holistique ระบุความเชี่ยวชาญด้าน ตจศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ชะลอวัย จุดที่น่าสนใจคือการผสมผสานองค์ความรู้ด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Holistique ที่ต้องการดูแลทั้งสุขภาพภายในและรูปลักษณ์ภายนอก ข้อมูลกิจกรรมจากเว็บไซต์ Holistique ยังระบุว่า พญ.สรวลัยมีบทบาทในกิจกรรมวิชาการด้าน Aesthetic Medicine หลายครั้ง เช่น การได้รับเกียรติให้เข้าร่วม Merz KOL Train the Trainer Masterclass และเป็นแพทย์ผู้สอนเกี่ยวกับ Radiesse ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเลือก Biostimulator การดูแลตัวเองตามแนวทางชะลอวัย และ Weight Control ซึ่งสะท้อนขอบเขตความสนใจที่เชื่อมโยงทั้งด้านผิวพรรณ ความงาม และสุขภาพ สำหรับผู้ที่มีความกังวลหลายด้านร่วมกัน

Holistique Wellness Center ทีมแพทย์

จุดเด่นของทีมแพทย์ Holistique Wellness Center

สิ่งที่น่าสนใจของทีม แพทย์ Holistique Wellness Center คือการมีความเชี่ยวชาญที่เสริมกัน ตั้งแต่เวชศาสตร์ชะลอวัย โภชนาการสุขภาพ ไปจนถึงโรคผิวหนัง ตจศัลยศาสตร์ และความงาม จึงสามารถมองสุขภาพได้มากกว่าหนึ่งมิติ ตัวอย่างเช่น ผู้รับบริการที่มีปัญหาน้ำหนักอาจต้องพิจารณาทั้งโภชนาการ พฤติกรรม สุขภาพโดยรวม และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ที่มีปัญหาผิวตามวัยอาจต้องประเมินทั้งโครงสร้างผิวและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม เว็บไซต์ของ Holistique ยังระบุว่าทีมแพทย์มีการทำงานวิจัยและมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ รวมถึงมีการจัดฝึกอบรมและสัมมนาทางวิชาการแก่แพทย์ไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่คลินิกใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้ของทีมอย่างต่อเนื่อง Holistique Wellness Center ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างไร? Holistique Wellness Center ก่อตั้งโดยทีมแพทย์ด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยแนวคิดหลักคือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก คลินิกระบุองค์ประกอบสำคัญของ Wellness ในด้านร่างกาย จิตใจ และฮอร์โมน พร้อมกับการวางเป้าหมายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล บริการจึงครอบคลุมหลายด้าน เช่น ผิวพรรณและความงาม เวชศาสตร์ชะลอวัย สุขภาพระบบทางเดินอาหาร ศีรษะและเส้นผม รวมถึง Weight Management ความครอบคลุมดังกล่าวมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีความกังวลเพียงเรื่องเดียว เช่น ผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างพร้อมสุขภาพ ผู้ที่ต้องการดูแลผิวตามวัย หรือผู้ที่ต้องการวางแผนสุขภาพระยะยาว

รู้จักทีมแพทย์ Holistique Wellness Center

ควรเลือกปรึกษาคุณหมอท่านไหน?

ไม่จำเป็นว่าผู้รับบริการต้องทราบตั้งแต่แรกว่าควรพบแพทย์ท่านใด สิ่งสำคัญกว่าคือการอธิบายปัญหาและเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจน หากสนใจด้านโภชนาการและสุขภาพองค์รวม อาจเหมาะกับการประเมินโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ หากต้องการวางแผนสุขภาพตามช่วงวัย อาจเริ่มจากแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ส่วนปัญหาผิวและหัตถการความงามควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ในกรณีที่มีหลายปัญหาร่วมกัน ทีมแพทย์สามารถเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาว่าควรให้ความสำคัญกับประเด็นใดก่อน

ทำไมควรประเมินก่อนเลือกโปรแกรม?

คำว่า Personalized Treatment มีความสำคัญมากในด้าน Wellness เพราะคนสองคนที่มีอายุเท่ากันไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพหรือปัญหาเหมือนกัน เช่นเดียวกับหัตถการความงาม ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดอาจเกิดจากผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน การเลือกเครื่องยกกระชับโดยไม่ได้วิเคราะห์สาเหตุอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร Holistique จึงให้ความสำคัญกับการประเมินและวินิจฉัยก่อนกำหนดแนวทางการดูแล รวมถึงการใช้เครื่องมือและการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสม ปรึกษาทีมแพทย์ Holistique Wellness Center ได้ที่ไหน? ปัจจุบัน Holistique Wellness Center ระบุสถานที่ให้บริการที่ ชั้น 4 Central Embassy ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเหมาะกับผู้ที่กำลังค้นหาคลินิกชะลอวัยหรือ Wellness Center ในกรุงเทพ การเดินทางสามารถใช้ BTS ลงสถานีเพลินจิต ทางออก 5 โดย Central Embassy เชื่อมต่อกับสถานีและอยู่ในย่านใจกลางกรุงเทพ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากแพทย์แต่ละท่านอาจมีตารางตรวจแตกต่างกัน

Holistique Wellness Center ทีมแพทย์ 4 ท่าน

สรุป รู้จักคุณหมอก่อนเลือกดูแลสุขภาพกับ Holistique

การเลือกคลินิก Wellness ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนโปรแกรมหรือเทคโนโลยี แต่ควรพิจารณาทีมแพทย์และกระบวนการประเมินประกอบกัน ปัจจุบันทีมแพทย์หลักของ Holistique Wellness Center ที่เว็บไซต์ทางการระบุประกอบด้วย พญ.เพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ, พญ.ชญานันท์ วงษ์แก้ว ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย, พญ.วงศิยา เวียรศิลป์ ด้านตจศัลยศาสตร์เฉพาะทางโรคผิวหนังและความงาม และ พญ.สรวลัย รักชาติ ด้านตจศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ชะลอวัย ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันช่วยสนับสนุนแนวคิดการดูแลแบบองค์รวมของ Holistique ตั้งแต่สุขภาพภายใน โภชนาการและการชะลอวัย ไปจนถึงสุขภาพผิวและความงาม สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบว่าปัญหาของตนเองควรเริ่มจากแพทย์ด้านใด สามารถลงทะเบียนปรึกษา Holistique Wellness Center เพื่อแจ้งความกังวลและเป้าหมายเบื้องต้น ก่อนเลือกแพทย์และแนวทางการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. Holistique Wellness Center มีแพทย์กี่ท่าน?

จากข้อมูลทีมแพทย์บนเว็บไซต์ทางการที่ตรวจสอบล่าสุด Holistique Wellness Center แสดงทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ 4 ท่าน ได้แก่ พญ.เพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม, พญ.ชญานันท์ วงษ์แก้ว, พญ.วงศิยา เวียรศิลป์ และ พญ.สรวลัย รักชาติ ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายชื่อและตารางแพทย์ล่าสุดก่อนนัดหมาย

2. ถ้าต้องการปรึกษาเรื่องเวชศาสตร์ชะลอวัยควรพบคุณหมอท่านใด?

จากข้อมูลทีมแพทย์บนเว็บไซต์ทางการที่ตรวจสอบล่าสุด Holistique Wellness Center แสดงทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำ 4 ท่าน ได้แก่ พญ.เพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม, พญ.ชญานันท์ วงษ์แก้ว, พญ.วงศิยา เวียรศิลป์ และ พญ.สรวลัย รักชาติ ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายชื่อและตารางแพทย์ล่าสุดก่อนนัดหมาย

3.หากต้องการปรึกษาด้านโภชนาการควรพบแพทย์ท่านใด?

เว็บไซต์ Holistique ระบุ พญ.เพชรรัตน์ สิทธิรัตน์ ณ นครพนม เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการด้านสุขภาพ ครอบคลุมการประเมินรูปแบบการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับแต่ละบุคคล จึงเป็นหนึ่งในแพทย์ที่สามารถพิจารณาปรึกษาในประเด็นดังกล่าวได้

4.หากมีปัญหาผิวและต้องการทำหัตถการควรเริ่มอย่างไร?

ควรเริ่มจากการให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและสาเหตุของปัญหาก่อนเลือกเครื่องมือหรือหัตถการ เว็บไซต์ Holistique ระบุ พญ.วงศิยา เวียรศิลป์ ในด้านตจศัลยศาสตร์เฉพาะทางโรคผิวหนังและความงาม และ พญ.สรวลัย รักชาติ ในด้านตจศัลยศาสตร์และเวชศาสตร์ชะลอวัย

5. สามารถเลือกคุณหมอเองได้หรือไม่?

สามารถตรวจสอบข้อมูลและตารางแพทย์ก่อนนัดหมายได้ แต่หากไม่ทราบว่าควรพบแพทย์ท่านใด สามารถแจ้งปัญหาหรือบริการที่สนใจกับ Holistique Wellness Center เพื่อประกอบการเลือกแพทย์ที่เหมาะกับความต้องการ

6. Holistique Wellness Center อยู่ที่ไหน?

Holistique Wellness Center ระบุสาขาที่ Central Embassy ชั้น 4 เลขที่ 1031 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 สามารถเดินทางด้วย BTS สถานีเพลินจิต ทางออก 5 และควรตรวจสอบเวลาทำการหรือตารางแพทย์ก่อนเดินทาง

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Facebook : Holistique Wellness
Line OA : @Holistique
IG : @holistique.wellness
โทร : 065-324-9551
Posted in Uncategorized, หัตถการความงาม

SYLFIRM X นวัตกรรมการรักษาด้วยคลื่นวิทยุแบบมีเข็มขนาดเล็ก radiofrequency (RF) microneedling system

SYLFIRM X คือ นวัตกรรมการรักษาด้วยคลื่นวิทยุแบบมีเข็มขนาดเล็ก หรือ radiofrequency (RF) microneedling system ที่มีการศึกษาวิจัยแล้วว่าสามารถรักษาปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เช่น ฝ้า รอยดำ(PIH) รอยแดง โรคหน้าแดง(rosacea) สิว รอยแผลเป็นจากสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อย

Radiofrequency (RF) microneedling system คืออะไร

Radiofrequnecy (RF) microneedling system คือ เทคโนโลยที่ผสมผสานระหว่างคลื่นวิทยุ (RF) และการใช้เข็มขนาดเล็ก (microneedling) เข้าด้วยกัน  เป็นการเปลี่ยนคลื่นวิทยุเป็นพลังงานความร้อนแล้วส่งไปตามเข็มขนาดเล็กไปยังชั้นผิวหนัง    สามารถนำความร้อนที่สูงมากไปยังชั้นใต้ผิวหนังได้อย่างแม่นยำ   จึงสามารถกระตุ้นการสร้าง collagen และกระตุ้นการหลั่ง growth factor ที่ผิวหนังได้มาก   สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยฟื้นฟูผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น   ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

Sylfirm X ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

SYLFIRM X เป็นนวัตกรรม RF microneedling system ที่ใช้เข็มขนาดเล็กที่ไม่ได้หุ้มฉนวน  ส่งพลังงานความร้อนในรูปแบบพิเศษที่ค้นพบโดย Dr. Jung Ju Na ผู้พัฒนานวัตกรรม SYLFIRM X เรียกว่า “Na effect” คือปล่อยความร้อนที่ปลายเข็มเป็นรูปหยดน้ำ  ทำให้เกิดความร้อนสูงที่ปลายเข็มและความร้อนจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆเมื่อใกล้ผิวหนังชั้นบน  พลังงาน RF จึงสามารถกระจายได้ทั่ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา โดยที่ไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอก

จุดเด่นของ SYLFIRM X

  1. SYLFIRM X เป็นระบบ RF microneedling Dual Wave เครื่องแรกของโลก ซึ่งแตกต่างจากระบบ RF microneedling แบบเดิมที่มีเพียง continuous wave(CW) เท่านั้น โดย SYLFIRM X มีทั้ง continuous wave(CW) และ Pulsed wave(PW) ทำให้แพทย์สามารถรักษาเม็ดสีและหลอดเลือดที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า รอยดำและรอยแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถใช้เพื่อฟื้นฟูผิวหนังให้แข็งแรงได้อีกด้วย
  • Continuous wave(CW) เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิว ยกกระชับผิว  ลดริ้วรอย และรักษาหลุมสิวและรอยแตกลาย
  • Pulsed wave(PW) เหมาะสำหรับการรักษาเม็ดสีและหลอดเลือดที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า รอยดำและรอยแดง

นอกจากนี้ Dual Wave ยังแบ่งออกเป็น 8 โหมดที่แตกต่างกัน ซึ่งแพทย์สามารถเลือกใช้ได้ตามสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีที่สุด

  1. SYLFIRM X เป็นระบบ RF microneedling เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถปรับระดับความลึกได้ตื้นที่สุดที่ 300(0.3 mm) ซึ่งเป็นระดับความลึกของชั้นหนังแท้ชั้นบน(papillary dermis) และชั้น basement membrane  ซึ่งเป็นบริเวณมีเม็ดสีและเส้นเลือดขนาดเล็กอยู่ และเป็นส่วนโครงสร้างที่สำคัญของผิวหนัง เครื่อง Sylfirm X จึงสามารถรักษาภาวะเม็ดสีและหลอดเลือดที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิวหนัง  ส่งผลให้สุขภาพผิวโดยรวมดีขึ้น
  2. SYLFIRM X มีการศึกษาวิจัยทางคลินิกรองรับ ทั้งการศึกษาวิจัยทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับ continuous wave และการศึกษาวิจัยทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับ pulsed wave

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 ทีมแพทย์ทุกท่านเรียนรู้และอัปเดตวิธีการรักษาใหม่ๆเสมอ เพื่อความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เราจะส่งต่อสุขภาพดีแบบองค์รวมด้วยการผสมสผานสามองค์ประกอบเข้าด้วยกันคือร่างกาย จิตใจ และฮอร์โมน รวมถึงศาสตร์ชะลอวัย และกายภาพบำบัดภายใต้การดูแล ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในแต่ละแขนง

บทความโดย แพทย์หญิงวงศิยา เวียรศิลป์

ตจศัลยศาสตร์เฉพาะทางโรคผิวหนังและความงาม”

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

ผลลัพธ์ด้วยการฉีด Radiesse เติมเต็มริ้วรอย ปรับรูปหน้า กระตุ้นการสร้าง Collagen และ Elastin

Radiesse คือ สารเติมเต็ม (Filling Substance) ชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลักคือสาร Calcium Hydroxylapatite (CaHA) อยู่ในกลุ่มของ Biostimulator ซึ่งมีจุดเด่นพิเศษคือช่วยทั้งเรื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน และเติมเต็มผิวคล้ายกลุ่ม HA filler

Radiesse : Calcium Hydroxylapatite (CaHA) อยู่ใน Sodium Carboxymethlcellulose (CMC) Gel Matrix
มี 2 ผลิตภัณฑ์ย่อย
Radiesse และ Radiesse Plus+ ซึ่งผสมยาชาไปในตัว

คุณสมบัติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน, ฟื้นฟูโครงสร้างของผิว, เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก / รอยพับ, ทำให้ผิวแข็งแรง, คืนความอ่อนเยาว์และยกกระชับให้กับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้สำหรับแก้ไขริ้วรอยและรอยพับบนใบหน้าระดับปานกลางถึงรุนแรง

บริเวณที่นิยมฉีด Radiesse

  • ริ้วรอย / ร่องลึก บริเวณ ใบหน้า
  • ปรับรูปหน้า
  • ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ริ้วรอย เหนือริมฝีปากบน
  • รักษารอยแผลเป็น ที่เกิดจากปัญหาผิว เช่นสิว
  • การปรับรูปทรงของ กราม กรอบหน้า
  • ความเหี่ยวย่นบริเวณ คอ
  • ความเหี่ยวย่นบริเวณ หลังมือ
  • ความหย่อนคล้อยบริเวณ ท้องขา / ท้องแขน
  • บริเวณที่มี Cellulite เช่น บริเวณก้น สะโพก และต้นขา

Radiesse ให้ผลลัพธ์นานแค่ไหน?

หลังการฉีด Radiesse จะช่วยให้เส้นและริ้วรอยเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติอยู่ได้นานเป็นปีหรือนานกว่านั้น

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ Radiesse?

  • บุคคลที่แพ้ส่วนประกอบใดๆของผลิตภัณฑ์
  • บุคคลที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง
  • บุคคลที่มีโรคเลือดออกง่าย
  • บุคคลที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 เราจะส่งต่อสุขภาพดีแบบองค์รวมด้วยการผสมสผานสามองค์ประกอบเข้าด้วยกันคือร่างกาย จิตใจ และฮอร์โมน รวมถึงศาสตร์ชะลอวัย และกายภาพบำบัดภายใต้การดูแล ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในแต่ละแขนง

📍 𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

รู้ก่อนใคร! นวัตกรรมใหม่ “Autologous Fibroblasts” ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้าให้สวยอย่างปลอดภัย

นวัตกรรมการฉีดสารเติมเต็มถูกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเป็นที่แพร่หลาย จึงเกิดประเด็นเกี่ยวกับการทำหัตถการความงามที่อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงและสำคัญ นั่นคือ การอุดตันของเส้นเลือด หรือการเพิ่มความดันรอบเส้นเลือดจนเกิดการอุดตัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้รับการรักษา นำมาสู่การผลิตงานวิจัยชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนวงการการรักษาริ้วรอย ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยง ลดอาการแพ้ ไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย และลดโอกาสการฉีดสารเติมเต็มเข้าเส้นเลือดอีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยคือ เซลล์ชั้นหนังแท้ หรือเรียกว่าเซลล์ชนิด เดอมอลไฟโบรบลาสต์ (Dermal Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง เซลล์ผิวหนังทั้งชนิดที่อยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าและ Dermal Fibroblasts สามารถหลั่งสารชีวโมเลกุลที่ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ในระดับโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจน และกลไกต่างๆ เช่น การยับยั้งภาวะอักเสบ ภาวะเครียดของเซลล์ เป็นต้น จากผลการวิจัยในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าเซลล์ไฟโบรบลาสต์สามารถคงอยู่ในชั้นผิวหนังได้นานอย่างน้อย 1 ปีโดยที่ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม 

เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผู้รับบริการเพื่อทดแทนการฉีดสารเติมเต็มจึงเป็นทางเลือกใหม่ ให้ผู้รับบริการแทนการฉีดสารเติมเต็ม (Hyaluronic Acid filler) ที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและต้องฉีดกระตุ้นบ่อยครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นกับสภาพผิวของผู้รับบริการ

ความแตกต่างระหว่าง Dermal Fibroblast และ Hyaluronic Acid filler

Hyaluronic Acid filler

• เป็นสารสังเคราะห์ขึ้นเพื่อทดแทน Hyaluronic Acid ที่มีตามธรรมชาติ

• ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกตามจุดต่างๆ ในใบหน้าแบบชั่วคราว

• ผลลัพธ์อยู่ได้ 4-24 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของ fillers

• ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดูไม่ธรรมชาติ ขึ้นกับเทคนิคการฉีด

• มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

Dermal Fibroblast

• เป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ ส่งผลให้ผิวหนังแข็งแรง

• ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ ส่งผลให้เซลล์กลับมาอ่อนเยาว์และแข็งแรงมากขึ้น

• ปลอดภัยและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำ

• ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ

การฉีด Dermal fibroblast เพื่อย้อนอายุผิว จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับหัตถการอื่นๆ เนื่องจากเป็นการนำเซลล์ผิวชนิด fibroblast ของผู้ที่รับการรักษามาใช้ในการฉีดทดแทนสารเติมเต็มชนิดอื่น

ทั้งนี้ “ศิริราช” เป็นผู้ค้นพบนวัตกรรมใหม่ ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ครั้งแรกของเอเชีย และได้ส่งต่อเทคโนโลยีให้กับ บริษัท เซลแทค จำกัด โดยทีมแพทย์ของ Holistique Wellness ได้อัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่องก่อนใคร เพื่อที่จะรักษาคนไข้อย่างตอบโจทย์และตรงจุด รวมถึงเป็นคลินิกแรกที่ได้มาดูเทคนิคการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์โดยเฉพาะและได้เรียนรู้เทคนิคการฉีดกับ ศ.ดร.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา ผู้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบนวัตกรรม การปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์

Autologous Fibroblast ทางเลือกสำหรับการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ปลอดภัยเพราะเป็นเซลล์ของตัวเอง มาตรฐานสูงด้วยแล็บเพาะเลี้ยงเซลล์ที่มีคุณภาพและได้รับสิทธิบัตรเทคโนโลยีจาก”ศิริราช”


📍 𝐇𝐨𝐥𝐢𝐬𝐭𝐢𝐪𝐮𝐞 𝐖𝐞𝐥𝐥𝐧𝐞𝐬𝐬 @𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐄𝐦𝐛𝐚𝐬𝐬𝐲 𝐅𝐥𝐨𝐨𝐫 𝟒
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 น. – 20:00 น.
_______________________
📌 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📬 Facebook : Holistique Wellness
📲 Line OA : @Holistique
📮 IG : @holistique.wellness
📞 โทร : 065-324-9551

We use cookies to improve the experience and the performance of our website. For more information about the cookies we use, visit Privacy Policy and you can adjust your privacy options Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can opt-in/out the cookie settings in each category, excepting for the necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า